2006/Mar/05

ใครจะรู้ ว่าวันๆนึงที่อาจจะเป็นวันธรรมดาของใครหลายๆคน

แต่มันอาจพิเศษสำหรับคนๆนึงอย่างผม มันจะมีความสุขได้ขนาดนี้ . .

เกือบหนึ่งปีแล้วที่ผมอยู่ที่มหาวิทยาลัย พร้อมกับเพื่อนสนิทกลุ่มใหม่ 9 คน

ทั้ง 9 คน เป็นเพื่อนใหม่ทั้งหมด ผมว่าความน่าสนใจมันอยู่ที่นี่แหละ

การอยู่หอพักใน ทำให้พวกผมสนิทกัน แล้วตัดสินใจเช่าบ้านแล้วอยู่ด้วยกันทั้งหมด

อย่าตกใจที่คน 9 คนจะอยู่บ้านเดียวกัน บ้านที่ผมเช่าใหญ่เอาการครับ

4 ห้องนอน สองห้องน้ำ สองชั้น มีรั้ว มีระเบียงชั้นสองที่นอนได้ 9 คนยังเหลือที่

ที่สำคัญ มันอยู่ติดทะเลบางแสนสะด้วยสิ

เพราะฉะนั้น มันคงไม่อึดอัดมากเกินไปสำหรับพวกผม

คงจะมีแค่บางวัน ที่มีการกินอะไรเล็กๆน้อยๆ แล้วจะส่งเสียดังกันอุดตลุด

โมทย์ เมษ แม๊ค โป้ เปา นนท์ เบนซ์ แอ๊ค พีช

นี่คือชื่อของพวกเราชายล้วน 9 คน

ผมคงไม่อยากจะเอามาเขียน ถ้ามันไม่มีเรื่องที่แปลกจากความคิดผม

ไอ้ 9 คนนี่แหละ เด็กวิดวะกันทั้งนั้น ยกเว้นผม

ความกวน ซ่าส์ หื่น ม่อ มันมากกว่าผมเยอะ อันนี้ผมยอมรับ

แต่สิ่งที่ทำให้ผม อยากเอาเขียนบันทึกความทรงจำไว้

มันคือสิ่งที่เรียกว่า มิตรภาพ

เมื่อวานนี้ วันเกิดผมครับ

อั่นแน่ พอจะเดาออกกันรึยังครับ

วันเกิดของผม ก็ไม่ได้มีความสำคัญสักเท่าไหร่

ผมบอกกับ 8 คนในบ้านว่า เอ้ย วันนี้วันเกิดกูน่ะ เด่วไปกินนมกัน กูเลี้ยงเอง

ปกติพวกผม ถ้ามีวันเกิดใคร คนนั้นจะเป็นคนพาพวกเราไปเลี้ยงนมกัน

แต่วันนี้มันไม่ไป...

ผมก็ตัดสินใจจะไปอ่านหนังสือที่หอสมุด เพราะผมจะสอบแล้ว อ่านไปน้อยมาก

มันบอกไม่ต้องไปหรอก เด่วค่อยไปอ่านพรุ่งนี้

ไอแอ๊คขับรถมารับผมกลับบ้าน

เก๋ เพื่อนผมทางเอ็มเอสเอ็นคนนึงโทรมา HBD ผม

เราคุยกันสักพัก ไอแอ๊คก็มาเจาะแจะ บอกว่าวางสายก่อน

สื่อสารกับคนรอบข้างหน่อย . .

ผมไม่สนใจ ยังคงคุยต่อไป

ผมเดินเล่นหน้าบ้านไปเรื่อยๆ ไอแอ๊คหายไปแล้ว

ผมเดินกลับมาที่บ้าน ยังไม่วางโทรศัพท์

บ้านมืด ..... ตึ๊บ

8 คนที่เหลือ + ไอพากษ์ น้องแนท(แฟนพีท) ยืนอยู่กันที่หน้าบ้านพร้อมหน้ากัน

เบนซ์ถือเค้กไอศรีมชอกโกแลตปอนด์ใหญ่มาก จุดเทียนมา 19 เล่ม

พากษ์ดีดกีตาร์คลอ พร้อมกันนำให้ที่เหลือร้องเพลง

Happy birthday to you.....Happy birthday to you (เสียงสูงนิดนึง)

Happy birth(เสียงสูง)day Happy birthday

Happy birthday to you

ผมวางโทรศัพท์ไปนานแล้ว ยิ้มแก้มปริภาพตรงหน้า

ปากบอกขอบคุณทุกๆคนไปทั่ว วันนี้คงเป็นวันที่ผมพูดว่าขอบคุณมากที่สุดแล้ว

ประหลาดใจที่พวกเพื่อนๆผมทำให้ผม

อย่างน้อย มันก้อทำให้ผมรู้สึกดีมากๆ กับมิตรภาพที่พึ่งจะเกิดขึ้นไม่ถึงปี

แน่นอน พวกผมเคยทะเลาะกัน

แต่วันนี้มันทำให้ผมลืมทุกๆอย่างที่ไม่ดีไปเสียหมด

มันเป็นวันที่ผมคงไม่มีวันลืมเด็ดขาด. .

ขอบคุณเพื่อนทุกๆคน สิ่งที่พวกเราทำ มันมีความหมายมาก

สัญญาว่าจะรักษามันไว้ให้ดีที่สุด

ขอบคุณ . . . ที่สุขสันต์วันเกิดผมเป็นคนแรก ^ ^

ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆทุกๆคนที่ส่ง sms มา HBD

บางคนที่ไม่ได้ส่ง ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ลืมหรอกครับ

แค่รอยยิ้มบางๆ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วครับ

อยากบอกว่า รักทุกๆคนเลยครับ. . . .

วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดเลยครับ ^ ^

4 มีนาคม 2549

2006/Jan/23

อ่านบลอกนี้ทีไร คิดถึงไดอารี่เก่าที่ไดอารี่ฮับทุกที

เอาไดอารี่เก่าๆ มาอัพไว้ที่นี่จนหมด แต่เวลากลับไปอ่าน

ความรู้สึกมันต่างกับที่นั่นเหลือเกิน. .

ความรู้สึกที่อยากจะเขียนต่อไป มันก็มีน้อยลงทุกที

หรือเป็นเพราะว่า ความเคยชิน และ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงของเรา

เฮ้อ...... คิดถึงบ้านเก่า

หน้าไดอารี่ถูกปิดตายมาหลายเดือนแล้ว

แต่ชีวิตของผมยังดำเนินต่อไปบนหนังสือชีวิตของตัวเอง

เพียงแต่ว่าหนังสือเล่มนี้ ไม่ได้ถูกบันทึกออกมาให้เราได้สัมผัสถึงช่วงเวลาเหล่านั้น

หนึ่งปีหน่อยๆแล้ว กับการเขียนไดอารี่ อย่างเป็นจริงเป็นจัง

กลับไปอ่านทีไร นึกถึงวัน เก่า เก่า ทุกที

ผมกลายเป็นคนแก่ไปแล้วหรือนี่ ??

ช่วงนี้กำลังทำความเข้าใจกับคำที่เรียกว่า ความรัก

ผมคงยังเข้าใจมันได้ไม่ค่อยดีมั้งครับ

แยกไม่ออกระหว่างคำว่า หวง กับ ห่วง

เพราะผมรู้สึกถึงมันทั้งสองอย่าง

ผมเคยมีความรักครับ อย่างน้อยก็ครั้งนึงนั่นแหละ

ความรักที่ผมคงจะจดจำมันไปจนวันตาย

มันคงเป็นสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในใจผมขณะนี้

อยากเริ่มต้นกับความรักครั้งใหม่ดีๆ

อย่างที่ใครๆเขาก็มีกัน

แต่ครั้งนี้ คงยังพูดได้ไม่เต็มปากว่านี่รึป่าวที่เรียกว่า รัก

หรือเป็นแค่อะไร อะไรสักอย่างหนึ่ง ที่เรายังคาดเดามันไม่ได้

การคิดถึงคนคนนึงวันละหลายๆครั้ง มันผิดปกติไปรึป่าวคับ

อยากรู้ว่าตอนนี้เค้าเป็นยังไงบ้าง ทานอะไรรึยัง

มีความสุขดีกับชีวิตของเขามั้ย

ผมไม่กล้าก้าวเข้าไปในชีวิตของใครคนนั้น

อาจเป็นเพราะผมอาจไม่คู่ควร หรือใครคนนั้นยังไม่เปิดใจ

ผมได้แต่รอ กับพยายามทำทุกๆวันให้เป็นวันดีๆ

ถึงแม้ว่าผมจะทำมันได้ไม่เต็มที่สักเท่าไหร่ แต่ก้อคงทำได้เท่านี้

เวลา ทำให้ผมได้รู้จักการรอคอย

รอคอยใครสักคน ที่พร้อมจะเปิดใจยอมรับในสิ่งที่เราเป็นอยู่

การรอคอยครั้งนี้อาจเป็นผล หรือ ไม่เป็นผล

แต่ผมก้อคงต้องยอมรับกับผลที่มันจะเกิดตามมา

รักแรกจากผมไปรวดเร็ว จนผมไม่ทันได้เรียนรู้ถึงคำว่ารักอย่างจริงจัง

การจากไปของคนสองคน ไม่ได้เกิดจากเราสองคนรักกันไม่ได้

แต่ใครคนใดคนหนึ่งอยู่เพื่อที่จะได้รักกันบนโลกนี้ต่อไปไม่ได้ต่างหาก

สิ่งที่ทำได้ คงเอาหัวใจเราผูกกัน แล้วได้แต่นึกฝันถึงมันต่อต่อไป

อาจจะเคยร้องไห้หลายๆครั้ง กับความอ่อนแอของตัวเอง

แต่ก็พยายามฝืนเก็บมันไว้ ไม่อยากแสดงอาการออกไปให้ใครรู้

ความอ่อนแอของเรา อาจสร้างความรำคาญกับใครบางคน

แต่เมื่อผมอ่อนแอ ก็ต้องมีวันที่ผมแข็งแกร่ง

ผมจะพยายามกลับมาเป็นคนแข็งแกร่ง อย่างวันเก่า เก่า

รอยยิ้มของผมอย่างวันนั้น ตอนนี้มันยิ้มยากเหลือเกิน

เหงา..... ผมคงบอกอารมณ์ตัวเองตอนนี้ ได้แค่นี้

วันเหงาๆ กับ งานยุ่งๆ . .

พูดแล้วก็ตลกตัวเอง.....

ยังคงคิดถึงอยู่เสมอ ตลอดมา

2005/Nov/21

หลายๆคนบนโลกใบใหญ่ใบนี้ คงเคยพบกับปัญหาที่แก้ไม่ตก

กับสิ่งต่างๆที่รุมเร้าเข้าถาโถม เหมือนกันจงใจนัดกันมาในครั้งเดียว

ช่วงเวลาแห่งการท้อแท้ ช่างเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเสียเหลือเกิน

ยาวนานจนบางคนไม่อาจทนรับกับมันได้ จนหาวิธีหนีปัญหาเอาซะดื้อๆ

วันนี้ผมได้เรียนวิชา Hobby and Interest Group Activities ซึ่งเป็นวิชาเลือก

เอามาช่วยฉุดเกรดให้ดีขึ้นสำหรับเกรดน้อยๆที่จะคลอดออกมาเทอมหน้านี้

อาจารย์นำวีดีโอของรายการตีสิบมาให้ดู

ประเด็นพูดถึงว่า คนเราจะหาสิ่งที่สนใจจริงๆได้ ก็ต่อเมื่อ

คนเหล่านั้นพบกับจุดวิกฤตเข้าจริงๆ

ตัวอย่างที่รายการตีสิบนั้นยกมาให้เป็นกำลังใจแก่ผู้ท้อแท้นั่นคือ

ศิลปินวาดภาพด้วยปาก " ทนง โครตชมพู "

ทนง โครตชมพู เป็นใคร ?

เมื่อหลายสิบปีก่อน ทนง เป็นแค่เด็กผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง

ที่วิ่งเล่นเตะบอล ตามประสาเด็กทั่วไป

แต่วันนึงทนงก็รู้สึกว่าขาตัวเอง เริ่มมีอาการไร้เรี่ยวแรง

จนกระทั้งบ่ายวันหนึ่งขณะที่ทนงกำลังเตะบอล ก็ฟุบล้มลง

ด้วยอาการที่ขาไม่มีแรง และมารู้ทีหลังว่า เค้าเป็น" โรคกล้ามเนื้อสลาย "

โรคร้ายรุมรังแก่เด็กหนุ่มที่กำลังเรียนปวช.

กล้ามเนื้อที่สลาย ลุกลายสลายไปทุกที จนถึงที่สุดท้าย

นั่นก็คือ ต้นคอ

สิ่งเดียวในชีวิตตอนนี้ของทนงที่สามารถขยับได้ นั่นก็คือ ต้นคอและศีรษะ

ด้วยครอบครัวที่ไม่ได้มั่งมีอะไร ยากจนเสียด้วยซ้ำ

ทำได้ทนงไม่ได้รับการรักษาอย่างที่ควรจะเป็น

จึงปล่อยให้เรื้องรังมาถึงตอนนี้

ทนงหมดหนทางที่จะดำรงชีวิตต่อไป

ซ้ำร้าย น้องสาวก็เริ่มมีอาการอย่างตน

มีเพียงแม่ ผู้หญิงแก่ๆคนนึงที่คอยปรนนิบัติช่วยเหลือลูก

จนวันนึง ทนง ทราบว่ามีนักศิลปะต่างประเทศใช้ปากวาดรูป

เค้าจึงลองทำดูบ้าง แล้วก็ฝึกหัดไปเรื่อยๆ

จนเกิดความชำนาญและวาดรูปด้วยปากออกมาได้สวย

สวยกว่าผลงานจากมือของเราๆวาดเสียอีก

จนผลงานของเขาได้รับการยอมรับจากสื่อ จากคนที่รักในงานศิลป์

เค้าสามารถนำเงินที่ได้จากการขายรูป มาชำระหนี้ของพ่อและแม่

ที่ต้องหนีไปอยู่ในป่า เพื่อหลบหนี้

เขาสามารถนำบ้านคืนมาจากการจำนอง

และมีชีวิติอย่างคนปกติ ถึงแม้ว่าจะปกติได้แค่เหนือบ่าขึ้นไป

ทนงไม่ต้องการการช่วยเหลือจากใครในตอนนั้น

ขอเพียงแค่ความเข้าใจในความสามารถ ว่าเขาไม่ใช่คนพิการ

เขาก็พอใจแล้ว และตอนนี้

ทนง โครตชมพู ก็ได้ชื่อว่าเป็นศิลปินคนหนึ่ง

ที่ได้รับการยอมรับจากสื่อทุกแขนง

เขาประสบความสำเร็จได้ ด้วยสิ่งที่เขาเหลืออยู่

สิ่งสุดท้าย ที่ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์

แต่ก็ทำให้เขากลับมาเป็นทนงคนเดิมได้

ศิลปินวาดภาพด้วยปาก ทนง โครตชมพู

ภาพวาดฝีปากของทนง โครตชมพู

ภาพวาดฝีปากของทนง โครตชมพู

ภาพวาดฝีปากของทนง โครตชมพู

ภาพวาดฝีปากของทนง โครตชมพู

หลังชมวีดีโอรายการนี้จบ

ผมได้อ่ะไร ?

ผมได้ความรู้สึกตื้อตันอย่างบอกไม่ถูก

คุณทนง มีเวลาเท่าๆกันกับผม

แต่เราใช้มันต่างกัน

เขาทำให้ผมรู้สึกว่า เวลาที่เค้ามีอยู่ ช่างมีคุณค่าเสียเหลือเกิน

แล้วผมล่ะ ทำอะไรอยู่ ?

ท้ายคาบ อาจารย์ได้ให้ข้อคิดปิ้งไว้บนแผ่นใสเกี่ยวกับเวลาว่า

เวลา คือ ชีวิต

มันไม่มีวันย้อนกลับ และไม่มีอะไรมาทดแทนมันได้

การปล่อยเวลาให้เสียไปเปล่าๆ เท่ากับการปล่อยให้ชีวิตเสียไปเปล่าๆ

แต่การเป็นนายเหนือเวลาของเราเอง

เท่ากับการเป็นนายชีวิตของเราเอง

และได้รับประโยชน์จากมันมากที่สุด

..............

เวลาของแต่ละคนมีเท่ากันครับ

แต่มันมีความแตกต่างกันทุกๆคน

นักปราชญ์ชาวอิตาลี่สมัยโบราณกล่าวไว้ว่า

" สมบัตของท่านคือเวลา "

สำหรับผู้ที่กำลังท้อแท้

ลองเอาคุณทนงไปเป็นตัวอย่างน่ะคับ

เรายังมีครบ 32 แต่เค้าเหลือแค่ไม่ถึง 10

เค้าทำได้ แล้วเราจะทำไม่ได้หรอ

ค้นหาตัวเองให้เจอครับ

แล้ววันที่ท้อแท้ จะไม่มาหาคุณอีก

หรือถ้ามันกลับมาอีก

คุณจะไม่ยอมแพ้ แต่กลับยืนหยัดด้วยความเข้มแข็ง

.......

รวมลิ้งค์ที่น่าสนใจของ ทนง โครตชมพู

http://www.sac.or.th/newvicha/new351.htm

http://www.seksilapha.com/

http://www.seksilapha.com/tanong_bio.html

http://www.manager.co.th/Metrolife/ViewNews.aspx?NewsID=9470000087501